เรื่องแหวนสองวง : บทที่7 การพัฒนาปัญญา

เศรษฐีผู้หนึ่งเมื่อตายลง ได้ทิ้งมรดกไว้ให้ลูกชายสองคน หลังจากที่อยู่ด้วยกันเป็นระยะเวลาหนึ่งตามธรรมเนียมอินเดีย ลูกชายทั้งสองของเศรษฐีก็ทะเลาะกันและตัดสินใจที่จะแยกทางกัน โดยตกลงแบ่่งสมบัติกันคนละครึ่ง เรื่องราวก็บลงด้วยดี หลังจากแบ่งสมบัติกันเสร็จแล้ว มีผู้พบกล่องเล็กๆ อีกกล่องหนึ่ง ซึ่งเศรษฐีรักษาไว้อย่างมิดชิด เมื่อเปิดออกดู ก็พบว่ามีแหวนอยู่สองวง วงหนึ่งเป็นแหวนเพชรล้ำค่า ส่วนอีกวงหนึ่งเป็นเพียงแหวนเงินธรรมดาราคาไม่กี่รูปี
พี่ชายเกิดความโลภขึ้นมา จึงพูดกับน้องว่า “พี่คิดว่าสมบัตินี้คงไม่ใช่สมบัติที่พ่อหามาได้เอง แต่คงเป็นมรดกตกทอดมาจากบรรพบุรุษ ท่านจึงแยกเก็บไว้ต่างหาก ดังนั้นเมื่อเป็นสิ่งที่ตกทอดกันต่อๆ มา พี่จึงควรจะเป็นผู้เก็บรักษาแหวนเพชรนี้ไว้ให้เป็นมรดกตกทอดต่อไป ส่วนน้องควรจะเก็บรักษาแหวนเงินไว้ ”
ชายผู้น้องยิ้มรับ พร้อมกับกล่าวว่า “ตกลง ขอให้พี่พอใจในแหวนเพชร ส่วนฉันจะพอใจกับแหวนเงิน” ชายทั้งสองเริ่มต้นชีวิตบนเส้นทางของตนโดยสวมแหวนกันคนละวง
ชายผู้น้องพิจารณาแหวนแล้วรำพึงกับตัวเองว่า “พ่อของแนเก็บรักษาแหวนสองวงไว้ด้วยกันเป็นอย่างดี เก็บแหวนเพชรไว้ก็พอมีเหตุผล เพราะมีค่าสูง แต่ทำไมจึงเก็บแหวนเงินธรรมดาๆไว้ด้วยกัน” เขาสังเกตเห็นตัวอักษรสลักอยู่บนแหวนว่า “แม้สิ่งนี้ก็ย่อมเปลี่ยนไปเช่นกัน” “อ๋อ! รู้แล้ว นี่คือมนต์ของคุณพ่อ แม้สิ่งนี้ก็ย่อมเปลี่ยนไปเช่นกัน”
ชายทั้งสองต่างประสบชะตากรรมของชีวิตมีขึ้นมีลง ชายผู้พี่นั้น เมื่อพบกับความสุขก็หลงใหลไม่ลืมหูลืมตา เมื่อความทุกข์เข้ามาเยือน ก็หดหู่เหงาหงอย เขามีแต่ความเครียด ความดันโลหิตสูง นอนไม่หลับ ต้องใช้ยานอนหลับ แล้วเปลี่ยนเป็นยาระงับประสาทใช้ยาที่แรงขึ้นเรื่อยๆ จนในที่สุดต้องบำบัดโดยใช้การกระตุ้นด้วยไฟฟ้า นี่คือชายผู้พี่ที่สวมแหวนเพชร
ส่วนชายผู้น้องที่สวมแหวนเงิน เมื่อเขาพบกับความสุข พบสิ่งที่รักที่พอใจเขาก็ชื่นชมกับมันโดยไม่ลิงโลดหรือวิ่งหนี เขาชื่นชมกับมันแต่ก็ดูแหวนของตัวเองแล้วจำได้ว่า “สิ่งนี้ย่อมเปลี่ยนไป” เมื่อต้องพลัดพรากจากสิ่งที่รักที่พอใจ เขาก็ยิ้มรับและพูดว่า “ฉันรู้อยู่ตลอดเวลาว่า สิ่งนี้ย่อมเปลี่ยนไป มันเปลี่ยนไปแล้ว ก็แค่นั้น” เมื่อได้พบกับเหตุการณ์ไม่ดี เขาดูแหวนของตัวเองแล้วจำได้ว่า สิ่งนี้ย่อมเปลี่ยนไป เขาไม่ได้ร้องไห้เพราะรู้ว่ามันย่อมเปลี่ยนไป แล้วมันก็เปลี่ยนไป มันผ่านไปแล้ว ไม่ว่าจะพบกับการขึ้นๆลงๆของชีวิตอย่างไร เขาก็รู้ว่าไม่มีอะไรจีรังยั่งยืน ทุกสิ่งผ่านเข้ามาเพื่อจะผ่านไป เขาสามารถประคองจิตให้มีอุเบกขาอยู่ได้และมีชีวิตอย่างสงบสุข
นี่คือชายผู้น้องที่สวมแหวนเงิน

ศิลปะในการดำเนินชีวิต : วิปัสสนากรรมฐานสอนโดยท่านอาจารย์โกเอ็นก้า
วิลเลียม ฮาร์ท

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s