Category: Love

การใช้คำพูด

การใช้คำพูดหลักการบริหารคำพูดแบบพระพุทธเจ้า

1. คำพูดที่ไม่ใช่ความจริง ไม่ถูกต้อง, ไม่เป็นประโยชน์,
ไม่เป็นที่พอใจแก่ผู้อื่น… พระองค์ไม่ตรัส

2. คำพูดที่เป็นความจริง ถูกต้อง, แต่ไร้ประโยชน์,
ไม่เป็นที่พอใจแก่ผู้อื่น… พระองค์ไม่ตรัส

3. คำพูดที่เป็นความจริง ถูกต้อง, เป็นประโยชน์,
ไม่เป็นที่พอใจแก่ผู้อื่น…พระองค์ทรงเลือกกาลตรัส

4. คำพูดที่ไม่เป็นความจริง ไม่ถูกต้อง, ไร้ประโยชน์,
สร้างความพอใจแก่ผู้อื่น… พระองค์ไม่ตรัส

5. คำพูดที่เป็นความจริง ถูกต้อง, แต่ไร้ประโยชน์,
แม้สร้างความพอใจแก่ผู้อื่น… พระองค์ไม่ตรัส

6. คำพูดที่เป็นความจริง ถูกต้อง, เป็นประโยชน์,
เป็นที่พอใจแก่ผู้อื่น… พระองค์ทรงเลือกกาลตรัส

Advertisements

เวลาโกรธ

เวลาโกรธ พุทธทาส

เวลาโกรธ…
ให้รู้สึกอายเหมือนทำผ้าถุงหลุดกลางตลาด
มันต้องอายประมาณนั้น

ท่านพุทธทาส

เปลี่ยนผ่าน

มีนิทานชาดกเรื่องหนึ่งพูดถึงครอบครัวชาวนาผู้ใฝ่ธรรม ทุกเช้าก่อนพระอาทิตย์ขึ้น พ่อกับลูกชายและลูกสาวจะออกไปทำนาซึ่งอยู่ไกล ตอนสาย ๆ สาวใช้จะเอาอาหารที่แม่ทำไปส่งให้ที่นา

ปรากฏว่าเช้าวันหนึ่งลูกชายโดนงูกัดตาย พ่อก็บอกลูกสาวว่าให้กลับบ้าน ไปบอกแม่ว่าให้เตรียมอาหารสำหรับ ๒ คนก็พอ เพราะปกติจะเตรียมสำหรับ ๓ คน แล้วก็ให้แม่กับคนใช้มาที่นาด้วย ลูกสาวก็ทำตามที่พ่อสั่ง พอลูกสาวกลับไปถึงบ้าน พูดกับแม่เช่นนั้น แม่ก็ถามลูกสาวว่าเกิดอะไรขึ้น ลูกสาวตอบว่าพี่ชายตายแล้ว แม่ก็ไม่ได้ตกอกตกใจอะไร ก็ไปที่นาพร้อมกับลูกสะไภ้ คือภรรยาของผู้ตาย รวมทั้งลูกสาวและคนใช้ ไปถึงก็หาฟืนมาเผาศพลูกชายเลย ระหว่างที่เผาศพ ก็ไม่มีใครคร่ำครวญร้องไห้แต่อย่างใด

ระหว่างนั้นมีคนแก่เดินผ่านมาเห็นเหตุการณ์ จึงถามว่าคนที่ตายเป็นใคร สงสัยจะเป็นคนอื่นกระมัง เพราะไม่เห็นมีใครร้องไห้เลย

พ่อก็ตอบว่าคนที่ตายคือลูกของฉันเอง คนแก่คนนั้นถามว่าทำไมไม่มีใครร้องไห้สักคน พ่อก็ตอบว่า เขาทิ้งร่างเหมือนกับงูลอกคราบ เมื่อร่างกายใช้ไม่ได้จึงตายไป ตอนนี้เขาถูกเผาแล้ว ไม่รับรู้ถึงความคร่ำครวญของหมู่ญาติ ดังนั้นฉันจึงไม่โศกเศร้าถึงเขา

ผู้ที่เป็นแม่ก็บอกว่า เขามาเกิดโดยฉันไม่ได้เชิญ เขาไปโดยฉันไม่ได้อนุญาต เขามาอย่างใดก็ไปอย่างนั้น เขาถูกเผาก็ไม่ถึงความคร่ำครวญของหมู่ญาติ ดังนั้นฉันจึงไม่โศกเศร้า

น้องสาวก็บอกว่า ถ้าฉันร้องไห้ร่างกายก็จะผ่ายผอม ไม่เกิดประโยชน์ ญาติมิตรก็จะไม่สบายใจ ตอนนี้พี่ชายถูกเผาแล้ว ไม่รับรู้ถึงความคร่ำครวญของหมู่ญาติ ดังนั้นฉันจึงไม่โศกเศร้าถึงเขา

ภรรยาก็บอกว่า คนที่ร้องไห้ถึงคนที่ตาย ไม่ต่างจากทารกที่ร้องไห้อยากได้ดวงจันทร์ ซึ่งเป็นไปไม่ได้ ตอนนี้สามีของฉันกำลังถูกเผา ไม่รับรู้ถึงความคร่ำครวญของหมู่ญาติ ดังนั้นฉันจึงไม่โศกเศร้าถึงเขา

คนใช้ก็บอกว่าคนที่ร้องไห้ถึงคนที่ตายไปแล้ว ย่อมไร้ประโยชน์ ไม่ต่างจากหม้อน้ำที่แตกแล้ว ไม่มีวันที่จะสมานคืนดังเดิมได้ ตอนนี้นายของฉันกำลังถูกเผา ไม่รับรู้ถึงความคร่ำครวญของหมู่ญาติ ดังนั้นฉันจึงไม่โศกเศร้าถึงเขา

สรุปก็คือ ทั้ง ๕ คนนี้เข้าใจความจริงของชีวิต ว่าความตายเป็นธรรมดา โศกเศร้าคร่ำครวญอย่างไรก็ไม่มีประโยชน์ จึงทำใจปกติ

การปฏิบัติธรรมนั้นไม่เพียงช่วยให้เรามีฉันทะในการทำความดี และมีชีวิตที่ถูกครรลองคลองธรรมเท่านั้น แต่ยังทำให้เราเห็นความจริงจนกระทั่งไม่ทุกข์เมื่อต้องประสบกับความพลัดพรากสูญเสีย เพราะปล่อยวางได้

พระไพศาล วิสาโล

http://www.visalo.org/article/dhammamata8_2.htm

รักสิ่งใดก็เป็นทุกข์เพราะสิ่งนั้น

หลวงพ่อปราโมทย์ : เห็นกายตามความเป็นจริง เห็นใจตามความเป็นจริง นี่เป็นผลของการเจริญปัญญานะ

เพราะเห็นตามความเป็นจริง จึงเบื่อหน่าย เพราะเบื่อหน่าย จึงคลายความยึดถือ เพราะคลายความยึดถือ จึงหลุดพ้น เพราะหลุดพ้น จึงรู้ว่าหลุดพ้นแล้ว ใจจะเป็นอิสระนะ จะไม่เข้าไปยึดอยู่ในกายในใจ เป็นอิสระ มีความสุขที่สุดเลย เป็นความสุขของคนที่มีอิสรภาพ

ในขณะที่ความสุขทั้งหลายแหล่ในโลก โดยเฉพาะกามสุขเนี่ย เป็นความสุขที่มีเงื่อนไขมาก ต้องเห็นอย่างนี้ ต้องอยู่กับคนนี้ ถึงจะมีความสุข ต้องได้สิ่งนี้มา ถึงจะมีความสุข ต้องไม่เสียอันนี้ไป ถึงจะมีความสุข ความสุขในโลกนะ เรียกว่ากามสุข ความสุขที่อาศัยรูปเสียงกลิ่นรสสัมผัสทั้งหลายเนี่ย เป็นความสุขที่ไม่มีอิสรภาพ มีเงื่อนไขตลอดเวลาเลย

เรารักคนๆนึง เรานึกว่าจะมีความสุข เรารักใครขึ้นมานะ เราจะเสียอิสรภาพเพราะคนๆนั้นทันทีเลย ไม่ว่าเรารักใครทั้งสิ้น เราจะเสียอิสระเพราะคนๆนั้นเลย รักสิ่งใดก็จะทุกข์เพราะสิ่งนั้น เพราะว่าใจจะมีภาระผูกพันมาก

คนโบราณนะก็แต่งกลอน เค้าบอกว่า มีลูกเหมือนเชือกผูกคอ มีเมียหรือมีสามีนะ เหมือนปอผูกศอก มีสมบัติเหมือนปลอกรัดขาไว้ ใช่ไหม Continue reading

ให้อภัย

ความสบายใจจากการให้อภัย

คำว่า “ให้อภัยไม่ได้” คือสภาพจิตใจที่ติดอยู่กับอดีต และนึกเกลียดใครบางคนอยู่ตลอดเวลา เมื่อใดที่เราเกลียดคนอื่นและ ‘ไม่ให้อภัย” เราจะรู้สึกไม่สบายใจ

ทุกคนมีสิทธิ์ “ให้อภัย” หรือ “ไม่ให้อภัย” การให้อภัยนั้นไม่ได้หมายถึงการยอมรับการกระทำของคนอื่น ไม่ได้หมายถึงการมองข้ามความผิดของเขา และไม่ได้หมายความว่าเราต้องอดทนทั้งที่คิดว่าเขาผิด

การให้อภัย หมายถึงการปล่อยวางจากการยึดติดอยู่กับอดีตเลิกโทษว่าเป็นความผิดของใคร และเลือกที่จะมีแต่ความสบายใจ การให้อภัยไม่ได้เป็นการทำเพื่อคนอื่น แต่เพื่อตัวคุณเองต่างหาก

::กฎแห่งกระจก