Tagged: ธรรมะ

พระศาสนา

“อามิสบูชา มหาวิหารก็ดี มหาเจดีย์ก็ดี ไม่อาจดำรงพระศาสนาไว้ได้แม้ชั่วดื่มยาคูอึกหนึ่งผู้ใดทำอานิสงฆ์ก็มีแก่ผู้นั้นเท่านั้น

ส่วนสัมมาปฏิบัติเป็นบูชาสมควรแก่พระศาสนาเพราะสัมมาปฏิบัตินั้นพุทธองค์โปรดและสามารถดำรงพระศาสนาได้ด้วย”

พุทธพจน์

Advertisements

กัณฑ์ที่ ๔ : วิชชาจรณสัมปันโน

วิชชาญาณแห่งพุทธองค์

  • บุพเพนิวาสานุสสติญาณ  ระลึกชาติ กรรมในอดีต
  • จุตูปปาตญาณ  รู้จุติและปฏิสนธิ
  • อาสวักขยญาณ  ความหมดสิ้นไปแห่งกิเลส
  • ปรจิตตวิชชาญาณ  รู้วาระจิตของผู้อื่น
  • ทิพพจักษุญาณ  เห็นในสิ่งที่อยู่ไกล
  • ทิพพโสตญาณ  ได้ยินสิ่งที่อยู่ไกล
  • อิทธิฤทธิวิชชาญาณ  แสดงฤทธิ์ได้
  • วิปัสสนาญาณ  ทำให้หมดสิ้นไปซึ่งอนุสัยกิเลส กิเลสอย่างละเอียด

วิชชา 3 ได้แก่  บุพเพนิวาสนุสติญาณ , จุตูปปาตญาณ , อาสวักขยญาณ

อาสวักขยญาณ รู้ความสิ้นไปแห่งกิเลส ไม่ได้สิ้นไปไหน คือมีอยู่แต่ไม่ทำ

กิเลสอย่างหยาบ กลาง ละเอียด ดับด้วยศีลสมาธิปัญญา

สมาธิจิตตั้งมั่นดับนิวรณ์ 5

กิเลสอย่างละเอียด คือ อุปาทาน

♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦

จรณธรรม15 อันได้แก่
Continue reading

กัณฑ์ที่ ๒ : สัมมาสัมพุทโธ

  • เป็นผู้ควรได้รับการเคารพ
  • ความดับทุกข์อาศัยมรรคมีองค์แปด หรืออัฏฐังคิกมรรค
    • พูดชอบ,การงานชอบ,เลี้ยงชีพชอบ ดับทุกข์ในชั้นสวรรค์
    • พยายามชอบ,สติชอบ,สมาธิชอบ ดับทุกข์ในชั้นพรหม
    • เห็นชอบ,ดำริชอบ เป็นอมตธรรม
  • ทุกข์ (ชาติ ชรา มรณะ)
  • สมุทัย (ตัณหา3 กามตัณหา ภวตัณหา วิภวตัณหา)
  • นิโรธ (ความดับตัณหา)
  • มรรค (วิธีการดับ)
  • ชาติ คือ ความเกิดต้องบำรุงรูปธรรมด้วยอาหารเป็นคำๆ เรียกว่า กวฬิงการาหารบำรุงนามธรรมด้วยวิญญาหาร มโนสัญเจตนาหาร ผัสสาหาร
  • ชราคือแก่ตั้งแต่อยู่ในครรภ์ แต่โลกเรียกว่าโตเร็วเจริญเร็ว
  • มรณะ คือ อาการตายที่จุติตายเป็นหนุ่ม อาการเด็กก็ตายไป  พอแก่อาการหนุ่มก็ตายไป

บันทึกพระธรรมเทศนาของ
พระอุบาลีคุณูปมาจารย์ (สิริจนฺโท จันทร์)

กัณฑ์ที่ ๑ : อรหัง

  • พระอรหังเป็นผู้ไกลจากกิเลส คือ โลภโกรธหลง
  • ปราบกิเลสอย่างหยาบด้วยศีล อย่างกลางด้วยสมาธิและอย่างละเอียดด้วยปัญญา
  • โมหะเป็นของละเอียดมากมองเห็นยาก ประหนึ่งไฟในเหล็ก

บันทึกพระธรรมเทศนาของ
พระอุบาลีคุณูปมาจารย์ (สิริจนฺโท จันทร์)

จนเงินจนจิต

จนกาย ไม่จนใจ จนเงิน ไม่จนบุญ

ชายผู้ยากจนถามพระพุทธเจ้าว่า

“เหตุใดข้าพระองค์จึงยากจนยิ่งนัก?”

พระพุทธองค์ตรัสตอบ

“เธอไม่รู้จักการให้และวิธีให้”

ดังนั้นชายผู้ยากจนจึงพูดต่อว่า

“ทั้งๆที่ข้าพระองค์ไม่มีสิ่งใดให้นี่นะ?”

พระพุทธองค์ตรัสว่า

“เธอนั้นมีอยู่ไม่น้อยเลย

ใบหน้า : ซึ่งสามารถให้รอยยิ้ม, ความสดใส,สดชื่น,เบิกบาน

ปาก : เธอสามารถชื่นชม,ให้กำลังใจ หรือปลอบประโลม

หัวใจ : มันสามารถเปิดอกกับผู้อื่น,ให้ความจริงใจ,ใสบริสุทธิ์,ให้ความเมตตา

ดวงตา : ที่สามารถมองดูผู้อื่นด้วย สายตาแห่งความหวังดี, ด้วยความโอบอ้อมอารี

ร่างกาย : ซึ่งสามารถใช้เพื่อช่วยเหลือผู้อื่น

ฉะนั้น แท้จริงแล้วเธอมิได้ยากจนเลย

“ความยากจนในจิตใจ คือ ความยากจนอันแท้จริง”

วัดท่ามะโอ

ปฏิบัติภาวนา หลวงปู่ดูลย์ อตุโล

หลวงปู่ฝากไว้_หลวงปู่ดูลย์

 

 

หลักธรรมที่แท้จริงคือจิต จิตของเราทุกคนนั่นแหละคือหลักธรรมสูงสุดที่อยู่ในจิตใจเรา นอกจากนั้นแล้วมันไม่มีหลักธรรมใดๆเลย  …ขอให้ละเลิกการคิดและการอธิบายเสียให้หมดสิ้น  จิตในจิตก็จะเหลือแต่ความบริสุทธิ์ซึ่งมีประจำอยู่แล้วในทุกคน